"เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน" ผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ เขาสามารถพาลูกทีมคว้าแชมป์มาครองได้ มากกว่า 30 ถ้วย นับตั้งแต่เขาก้าวเข้ามาเปลี่ยนแปลง "The Red" แม้เวลาจะผ่านมากว่า 2 ทศวรรษ ไม่ได้ทำให้ความกระหายในชัยชนะของเขาลดลงเลย เขายังคงพาลูกทีมของเขาไล่ล่าถ้วยแชมป์อย่างไม่หยุดยั้ง
และกว่าความสำเร็จต่างๆของท่านเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะยิ่งใหญ่จนถึงในปัจจุบัน เราจึงลองกลับไปย้อนดูความสำเร็จต่างๆว่ากว่าจะถึงจุดนี้ได้จุดเริ่มต้นของท่านเป็นอย่างไรและจากที่ประสบการณ์ดูบอลและติดตามผลงานของผมจึงขอเขียนความสำเร็จตามๆบวกกับการหาข้อมูลของผมใสลงไปในบล็อกๆนี้
ความยิ่งใหญ่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้นมีจุดเริ่มต้นจากที่เส้นทางการค้าแข้งของเขายุติลง "เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน" ได้ผันตัวเองมาเป็นโค้ช เขาเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมอีส สเตอร์ลิ่งไชร์,เซนต์ เมียร์เรน ตามด้วยอเบอร์ดีน
มันเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมของเขา ทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นโค้ชชั้นนำ เขาสามารถพาทีมอเบอร์ดีน
คว้าแชมป์สก็อตติชลีก 3 สมัย, สก็อตติช คัพ 4 สมัย, ลีก คัพ 1 สมัย
พฤษภาคม 1983 ฉลองชัยชนะในฟุตบอล คัพ วินเนอร์ส คัพ ซึ่งในเกมนั้น อเบอร์ดีน เอาชนะ เรอัล
มาดริด ไป 2 ต่อ 1 ในนัดชิงชนะเลิศ และมี อาค์ชี่ น็อคซ์ ผู้ช่วยของเขายืนอยู่เคียงข้าง
และจากภาพที่เราเห็นและเหนือสิ่งอื่นใดเป็นจุดเริ่มต้นของชัยชนะสู้ความยิ่งใหญ่สู้สุดที่ตัวท่านเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทำได้คือ การนำทัพขุนพล อเบอร์ดีน เอาชนะ เรียล มาดริด ได้ 2 - 1 ในศึก ยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพในปี 1983 จึงเป็นปีที่ทำให้เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคนั้นของเค้ากับทีม อเบอร์ดีน และมีชื่อเสียงที่เป็นที่รู้จักกันมากและด้วยความรู้สึกของผมจากการที่ผมได้อ่านเพราะในเวลานั้นผลคงไม่มีโอกาสได้ดูสดๆทำให้ผมรู้สึกถึงความสุขและจิตวิญญาณของความเป็นนักสู้และเป็นผู้จัดการทีมที่ไม่เคยยอมแพ้จนถึงในปัจจุบันผมมีความรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่นั้นได้จากการอ่านของผม
และต่อมาหลังจากนั้นเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้เลือกที่จะเข้ามาคุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อจาก รอน แอตกินสัน ในวันที่ 7 พฤศจิกายน ปี 1986 แม้เขาจะเข้ามาคุมทีมที่ใหญ่กว่าและเข้าสู่เวทียุโรปมากขึ้นแต่ชีวิตในการคุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ไม่ง่ายเลยหลังจากการเข้ามาคุมทีม "ปีศาจแดง" เขาเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก เขาตั้งใจที่จะลาออกจากการคุมทีม ในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด เช่นกัน เมื่อเขาทำได้ไม่เหมือนกับที่เคยนำทีมจาก สกอตแลนด์ ประสบความสำเร็จมาแล้วในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ผมเคยได้ยินผ่านรายการโทรทัศน์นึงเป็นรายการเทปย้อนหลังชีวประวัติการคุมทีมของท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ความรู้สึกของผมในตอนนั้นที่เขาจะโดนไล่ออกผมได้รู้สึกว่าถ้าวันนั้นเขาถูกไล่ออกคงจะไม่มี26ปีต่อมาในวันนี้แต่เมื่อความผิดหวังต่างๆก็มักจะมีสิ่งดีๆเสมอ
เมื่อทางเดินของเขาได้จุดประกายขึ้นเมื่อเหตุการณ์ตอนนั้นช่วยชีวิตเขาไว้ด้วยชายที่ชื่อ มาร์ค โรบินส์ นักเตะซึ่งลงเป็นตัวสำรองให้กับทีม ช่วยยิงประตูชัยให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ ฟอเรสต์ ไปได้ 1-0 และช่วยยืดอายุการคุมทีมของเขาออกไปได้ นับตั้งแต่ชัยชนะครั้งนั้น ก็เกิดจุดเปลี่ยนให้กับทั้ง เฟอร์กี้ และทีมปีศาจแดง จนท้ายที่สุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถเก็บชัยชนะมาได้ตลอดและได้ชูถ้วย เอฟเอ คัพ โดยการเอาชนะ คริสตัน พาเลซ ไปด้วยสกอร์ 1 – 0
ชัยชนะที่ต่อชีวิตให้ “เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน” ด้วยการคว้าแชมป์ FA Cup
ความสำเร็จของเขาก็ยิ่งเดินทางไปอย่างต่อเนื่องจนต่อมาฤดูกาลหลังจากนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของการได้ครองถ้วยแชมป์อีกครั้ง โดยเริ่มจากการคว้าถ้วย ยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ ด้วยชัยชนะเหนือ บาร์เซโลน่า ทีมจากสเปนไป 2 - 1 โดยทั้งสองประตูนั้นมาจาก มาร์ค ฮิวจ์ส ซึ่งถือว่าเขายิงประตูดับฝันทีมเก่าของเขาเองด้วย
มาร์ค ฮิวจ์สเป็นผ็ทำ2ประตู เก็บชัยชนะพาทีมคว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ
และความยิ่งใหญ่อันสูงสุดในปัจจุบันกำลังจะเกิดขึ้นต่อจากเหตุการณ์นี้ โดยหลังจากนั้น ลีกสูงสุดของอังกฤษ ก็เปลี่ยนชื่อจาก ดิวิชั่น 1 เป็น พรีเมียร์ชิพแต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็สามารถเริ่มต้นปีแรกได้ดีทีเดียวด้วยการคว้าถ้วย พรีเมียร์ชิพ ถ้วยแรกของประวัติศาสตร์ โดยการนำทีมของผู้ชายที่ชื่อว่า อเล็กซ์ เฟอร์กูสันจึงทำให้เรื่องราวต่างๆของความสำเร็จดำเนินการไปเรื่อยๆด้วยการไล่ล่าแชมป์ เก็บเกี่ยวชัยชนะต่างๆในหลายๆถ้วยจนถึงเหตุการณ์หนึ่งที่มำให้แฟนปีศาจแดงเมื่อใน ปี 1997ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของ "เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน" เกิดขึ้นในฤดูกาล 1998/1999 ซึ่งฤดูกาลนั้นเอง พวกเขาสามารถคว้าทริปเบิ้ลแชมป์ได้สำเร็จ ได้แก่ แชมป์ลีก,เอฟเอ คัพ และยูโรเปี้ยนคัพ ค่ำคืนที่น่าจดจำในบาเยิร์น มิวนิค เมื่อเขาตัดสินใจส่ง เทดดี้ เชอร์ริงแฮม และโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ สองนักเตะตัวสำรองลงสนาม และนั่นทำให้โลกต้องจารึกไว้ เมื่อทั้ง 2 คน สามารถทำประตูได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ช่วยให้ "ยูไนเตด" พลิกกลับมาเอาชนะบาเยิร์น มิวนิคได้อย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยสกอร์ 2-1 และนั่นส่งผลให้พวกเขาคว้า ทริปเบิ้ลแชมป์ได้สำเร็จเป็นเหตุกการณ์ที่ทุกคนและรวมถึงตัวผมที่เป็นแฟนบอลของทีมปีศาจแดง "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" ไม่มีลืมและเป็นความสุขและความยิ่งใหญ่ที่สุดของทีม และเป็นความสุดยอดที่สุดของยุด เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
2007/2008 พวกเขาสามารถป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก และคว้าแชมป์เปี้ยนลีก สมัยที่ 2 ได้สำเร็จ
และเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ยังไม่หยุดที่จะไล่ล่าที่จะคว้าแชมป์จนมาถึงในปี 2007/2008 พวกเขาสามารถป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก และคว้าแชมป์เปี้ยนลีก สมัยที่ 2 ได้สำเร็จและยังคงสร้างประวัติศาสตร์ของตนเองไปเลื่อยๆจนปัจจุบันลูกทีมของ "เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน" สามารถจบฤดูกาล 2010/2011 ด้วยตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่19 แซงทีมอย่างลิเวอร์พูลทีมคู่ปรับตลอดกาลได้สำเร็จนั่นส่งผลให้ "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" ถูกจารึกว่าเป็น "ทีมที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ"
ปี 2010-2011 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกสูงสุดสมัยที่ 19
และเป็นความยิ่งใหญ่อันสูงสุดในตัวของเขาและกับสโมสรที่ได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์และความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่นี้จะยังคงเป็นประวัติศาสตร์และความภาคภูมิใจของแฟนบอลทั่วโลก
สุดท้ายนี้ในปัจจุบัน แม้ว่า "เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน" จะกุมบังเหียนในถิ่น "โอล์ด แทรฟฟอร์ด" มาแล้วกว่า 26 ปี ชายวัย 72 ปี ผู้นี้ ยังไม่มีทีท่าว่าจะวางมือเลย เขายังคงกระหายถึงชัยชนะที่จำนำพาลูกทีมมุ่งหน้าไล่ล่าแชมป์ในทุกๆรายการที่ลงแข่งขัน เพราะนี้คือ
"เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน"





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น