วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

26ปี เฟอร์กูสันสู่ความคิดเห็นของฉัน



จากจุดเริ่มต้นของเรื่องราวต่างๆของ "ท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน" สู่จุดสุดท้ายของเรื่องราวของ
การครบรอบ 26ปี เฟอร์กูสัน 



เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน


ตัวผมผู้ทำและสร้างผลิตบล็อกเรื่องราวของท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันในการครบรอบ 26ปีกว่าเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นทั้งในอดีตและปัจจุบันผมรู้สึกได้เหมือนกับแฟนบอลทั่วโลกที่มีความรู้สึกที่คลายและอาจจะเหมือนกับผมคือความสำเร็จที่ท่านเซอร์ สร้างขึ้นเปรียบเสมือนของขวัญจากพระเจ้าที่ท่านมอบให้แด่ความยิ่งใหญ่ของความสำเร็จในยุคต่างๆถ้าถามผมว่าถึงความรู้สึกต่างๆเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมดผมคงตอบไม่ได้เพียงแค่คำพูดเดียวเพราะความรู้สึกทุกอย่างมันอยู่ในใจผมของเสมอ


ย้อนไปเมื่อ 11ปีที่แล้วเมื่อตอนนั้นผมเริ่มดูบอลพรีเมียร์ลีคเป็นครั้งแรกและตอนนั้นเองก็เกิดทีมรักในครั้งแรกคือทีม ปีศาจแดง "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" ซึ่งตอนนั้นคือผมประทับใจในรู้แบบการคุมทีมและการบริหารทีมที่สุดยอดไม่เหมือนใคร จึงเป็นที่มาของการที่ผมเริ่มศึกษาและดูบอลมาขึ้น และในปัจจุบันผมได้เริ่มดูบอลในหลายๆลีคขึ้น แต่ผมก็ไม่พบเจอว่าใครจะคุมทีมหรือทำทีมได้ยาวนานเท่ากับ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันอีก เพราะในฟุตบอลปัจจุบันมีอำนาจของการเงินเข้ามาเกี่ยวข้องเยอะ และฟุตบอลในปัจจุบันถูกมองว่าเป็นธุระกิจสะมากกว่าความเป็นกีฬาในอดีต 


เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มีความสำคัญหรือเป็นส่วนหนึ่งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่มีทั้งความสำเร็จและเกียจติยศต่างๆและความยกย่องที่มีต้องผู้คนทั่วโลกและในความคิดเห็นของผมๆคิดว่าส่วนสำคัญของความสำเร็จในอดีตจนถึงปัจจุบัน ผมมองว่าความสำเร็จต่างๆนั้นมาจากเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันมากกว่านักเตะในทีมของเขา ผมมองว่าเซอร์เปรียบเสมือนทุกอย่างของแมนยู และถ้าวันนั้นเขาถูกไล่ออกหรืออกจากตำแหน่งในตอนนั้น ความสำเร็จในปัจจุบันก็คงไม่สามารถเกิดได้ เพราะเขาเป็นผู้สร้างและอดทนต่ออุปสรรคต่างๆ ผมเป็นคนนึงที่มองว่าเขาเปรียบเสมือนทุกสิ่งของสโมสรเขาทำทุกอย่างเพื่อสโมสรและความยิ่งใหญ่นี้จะถูกจารึกไปจนรุ่นต่อๆไปจนไม่มีวันสิ้นสุด 


ณ ปัจจุบัน จะมีผู้จัดการทีมที่เก่งๆมากมาย แต่ความยิ่งใหญ่ที่สร้างมาอย่างยาวนานและอดทนฝ่าฟันอุปสรรคขนาดเขา หรือ ท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คงไม่มีอีกแล้วคงไม่มีใครที่จะรักที่ทำงานของตนเป็นเวลากว่า20กว่าปี คงไม่มีใครไม่อยากหาความท้าทายใหม่ๆ ในที่ๆอื่น เมื่อตนเองสามารถสร้างในสิ่งที่เราทำให้เป็นตำนานได้ เพราะฉะนั้นมุมมองของผมๆคิดว่าคงจะไม่มีทางที่ใครก็ได้จะมาทำได้แบบนี้เหมือนกับที่นักเตะเก่าๆหลายๆท่านได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน 


" คือความยิ่งใหญ่ คือหัวใจของสโมสรที่มีแรงคอยขับเคลื่อนพาทีมไล่ล่าความสำเร็จต่างๆมากมาย"


และสุดท้ายนี้ชายผู้ที่มีนามว่า "อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน" จะยังคงเป็นที่ยอมรับ และ เป็นที่ยกย่อง ในวงการกีฬาฟุตบอลและเป็นแบบอย่างให้กับสายงานต่างๆถึงทัศนคติหรือแนวทางการทำงานต่างๆของเขา
ยังคงจะเป็นตำนานและเป็นประวัติศาสตร์อันมีเกียจติให้แก่สโมสร


























ความสำเร็จของเฟอร์กูสัน



"เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน" ผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ เขาสามารถพาลูกทีมคว้าแชมป์มาครองได้ มากกว่า 30 ถ้วย นับตั้งแต่เขาก้าวเข้ามาเปลี่ยนแปลง "The Red" แม้เวลาจะผ่านมากว่า 2 ทศวรรษ ไม่ได้ทำให้ความกระหายในชัยชนะของเขาลดลงเลย เขายังคงพาลูกทีมของเขาไล่ล่าถ้วยแชมป์อย่างไม่หยุดยั้ง


และกว่าความสำเร็จต่างๆของท่านเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะยิ่งใหญ่จนถึงในปัจจุบัน เราจึงลองกลับไปย้อนดูความสำเร็จต่างๆว่ากว่าจะถึงจุดนี้ได้จุดเริ่มต้นของท่านเป็นอย่างไรและจากที่ประสบการณ์ดูบอลและติดตามผลงานของผมจึงขอเขียนความสำเร็จตามๆบวกกับการหาข้อมูลของผมใสลงไปในบล็อกๆนี้
ความยิ่งใหญ่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้นมีจุดเริ่มต้นจากที่เส้นทางการค้าแข้งของเขายุติลง "เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน" ได้ผันตัวเองมาเป็นโค้ช เขาเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมอีส สเตอร์ลิ่งไชร์,เซนต์ เมียร์เรน ตามด้วยอเบอร์ดีน
มันเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมของเขา ทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นโค้ชชั้นนำ เขาสามารถพาทีมอเบอร์ดีน
คว้าแชมป์สก็อตติชลีก 3 สมัย, สก็อตติช คัพ 4 สมัย, ลีก คัพ 1 สมัย


พฤษภาคม 1983 ฉลองชัยชนะในฟุตบอล คัพ วินเนอร์ส คัพ ซึ่งในเกมนั้น อเบอร์ดีน เอาชนะ เรอัล 
มาดริด ไป 2 ต่อ 1 ในนัดชิงชนะเลิศ และมี อาค์ชี่ น็อคซ์ ผู้ช่วยของเขายืนอยู่เคียงข้าง


และจากภาพที่เราเห็นและเหนือสิ่งอื่นใดเป็นจุดเริ่มต้นของชัยชนะสู้ความยิ่งใหญ่สู้สุดที่ตัวท่านเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทำได้คือ การนำทัพขุนพล อเบอร์ดีน เอาชนะ เรียล มาดริด ได้ 2 - 1 ในศึก ยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพในปี 1983 จึงเป็นปีที่ทำให้เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคนั้นของเค้ากับทีม อเบอร์ดีน และมีชื่อเสียงที่เป็นที่รู้จักกันมากและด้วยความรู้สึกของผมจากการที่ผมได้อ่านเพราะในเวลานั้นผลคงไม่มีโอกาสได้ดูสดๆทำให้ผมรู้สึกถึงความสุขและจิตวิญญาณของความเป็นนักสู้และเป็นผู้จัดการทีมที่ไม่เคยยอมแพ้จนถึงในปัจจุบันผมมีความรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่นั้นได้จากการอ่านของผม
และต่อมาหลังจากนั้นเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้เลือกที่จะเข้ามาคุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อจาก รอน แอตกินสัน ในวันที่ 7 พฤศจิกายน ปี 1986 แม้เขาจะเข้ามาคุมทีมที่ใหญ่กว่าและเข้าสู่เวทียุโรปมากขึ้นแต่ชีวิตในการคุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ไม่ง่ายเลยหลังจากการเข้ามาคุมทีม "ปีศาจแดง" เขาเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก เขาตั้งใจที่จะลาออกจากการคุมทีม ในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด เช่นกัน เมื่อเขาทำได้ไม่เหมือนกับที่เคยนำทีมจาก สกอตแลนด์ ประสบความสำเร็จมาแล้วในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ผมเคยได้ยินผ่านรายการโทรทัศน์นึงเป็นรายการเทปย้อนหลังชีวประวัติการคุมทีมของท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ความรู้สึกของผมในตอนนั้นที่เขาจะโดนไล่ออกผมได้รู้สึกว่าถ้าวันนั้นเขาถูกไล่ออกคงจะไม่มี26ปีต่อมาในวันนี้แต่เมื่อความผิดหวังต่างๆก็มักจะมีสิ่งดีๆเสมอ
เมื่อทางเดินของเขาได้จุดประกายขึ้นเมื่อเหตุการณ์ตอนนั้นช่วยชีวิตเขาไว้ด้วยชายที่ชื่อ มาร์ค โรบินส์ นักเตะซึ่งลงเป็นตัวสำรองให้กับทีม ช่วยยิงประตูชัยให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ ฟอเรสต์ ไปได้ 1-0 และช่วยยืดอายุการคุมทีมของเขาออกไปได้ นับตั้งแต่ชัยชนะครั้งนั้น ก็เกิดจุดเปลี่ยนให้กับทั้ง เฟอร์กี้ และทีมปีศาจแดง จนท้ายที่สุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถเก็บชัยชนะมาได้ตลอดและได้ชูถ้วย เอฟเอ คัพ โดยการเอาชนะ คริสตัน พาเลซ ไปด้วยสกอร์ 1 – 0


ชัยชนะที่ต่อชีวิตให้ “เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน” ด้วยการคว้าแชมป์ FA Cup 


ความสำเร็จของเขาก็ยิ่งเดินทางไปอย่างต่อเนื่องจนต่อมาฤดูกาลหลังจากนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของการได้ครองถ้วยแชมป์อีกครั้ง โดยเริ่มจากการคว้าถ้วย ยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ ด้วยชัยชนะเหนือ บาร์เซโลน่า ทีมจากสเปนไป 2 - 1 โดยทั้งสองประตูนั้นมาจาก มาร์ค ฮิวจ์ส ซึ่งถือว่าเขายิงประตูดับฝันทีมเก่าของเขาเองด้วย


มาร์ค ฮิวจ์สเป็นผ็ทำ2ประตู เก็บชัยชนะพาทีมคว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ


และความยิ่งใหญ่อันสูงสุดในปัจจุบันกำลังจะเกิดขึ้นต่อจากเหตุการณ์นี้ โดยหลังจากนั้น ลีกสูงสุดของอังกฤษ ก็เปลี่ยนชื่อจาก ดิวิชั่น 1 เป็น พรีเมียร์ชิพแต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็สามารถเริ่มต้นปีแรกได้ดีทีเดียวด้วยการคว้าถ้วย พรีเมียร์ชิพ ถ้วยแรกของประวัติศาสตร์ โดยการนำทีมของผู้ชายที่ชื่อว่า อเล็กซ์ เฟอร์กูสันจึงทำให้เรื่องราวต่างๆของความสำเร็จดำเนินการไปเรื่อยๆด้วยการไล่ล่าแชมป์ เก็บเกี่ยวชัยชนะต่างๆในหลายๆถ้วยจนถึงเหตุการณ์หนึ่งที่มำให้แฟนปีศาจแดงเมื่อใน ปี 1997ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของ "เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน" เกิดขึ้นในฤดูกาล 1998/1999 ซึ่งฤดูกาลนั้นเอง พวกเขาสามารถคว้าทริปเบิ้ลแชมป์ได้สำเร็จ ได้แก่ แชมป์ลีก,เอฟเอ คัพ และยูโรเปี้ยนคัพ ค่ำคืนที่น่าจดจำในบาเยิร์น มิวนิค เมื่อเขาตัดสินใจส่ง เทดดี้ เชอร์ริงแฮม และโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ สองนักเตะตัวสำรองลงสนาม และนั่นทำให้โลกต้องจารึกไว้ เมื่อทั้ง 2 คน สามารถทำประตูได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ช่วยให้ "ยูไนเตด" พลิกกลับมาเอาชนะบาเยิร์น มิวนิคได้อย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยสกอร์ 2-1 และนั่นส่งผลให้พวกเขาคว้า ทริปเบิ้ลแชมป์ได้สำเร็จเป็นเหตุกการณ์ที่ทุกคนและรวมถึงตัวผมที่เป็นแฟนบอลของทีมปีศาจแดง "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" ไม่มีลืมและเป็นความสุขและความยิ่งใหญ่ที่สุดของทีม และเป็นความสุดยอดที่สุดของยุด เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน


2007/2008 พวกเขาสามารถป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก และคว้าแชมป์เปี้ยนลีก สมัยที่ 2 ได้สำเร็จ


และเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ยังไม่หยุดที่จะไล่ล่าที่จะคว้าแชมป์จนมาถึงในปี 2007/2008 พวกเขาสามารถป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก และคว้าแชมป์เปี้ยนลีก สมัยที่ 2 ได้สำเร็จและยังคงสร้างประวัติศาสตร์ของตนเองไปเลื่อยๆจนปัจจุบันลูกทีมของ "เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน" สามารถจบฤดูกาล 2010/2011 ด้วยตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่19 แซงทีมอย่างลิเวอร์พูลทีมคู่ปรับตลอดกาลได้สำเร็จนั่นส่งผลให้ "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" ถูกจารึกว่าเป็น "ทีมที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ"


ปี 2010-2011 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกสูงสุดสมัยที่ 19


และเป็นความยิ่งใหญ่อันสูงสุดในตัวของเขาและกับสโมสรที่ได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์และความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่นี้จะยังคงเป็นประวัติศาสตร์และความภาคภูมิใจของแฟนบอลทั่วโลก
สุดท้ายนี้ในปัจจุบัน แม้ว่า "เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน" จะกุมบังเหียนในถิ่น "โอล์ด แทรฟฟอร์ด" มาแล้วกว่า 26 ปี ชายวัย 72 ปี ผู้นี้ ยังไม่มีทีท่าว่าจะวางมือเลย เขายังคงกระหายถึงชัยชนะที่จำนำพาลูกทีมมุ่งหน้าไล่ล่าแชมป์ในทุกๆรายการที่ลงแข่งขัน เพราะนี้คือ 

"เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน"














ประวัติส่วนตัว เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน




Alex Ferguson Player


ผมได้นำเรื่องและชีวประวัติในบ่างส่วนของท่านนำมาเขียนเป็นบล็อกและข้อมูลทั้งหมดส่วนใหญ่มักจะมาจากการอ้างอิ้งจากข้อมูลต่างๆผ่านสื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์และนิตยสาร และชีวประวัติอาจจะมีทั้งถูกและผิดผมต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยส่วนใหญ่เราอาจจะรู้จักเขาในนามของท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แต่แท้ที่จริงแล้วท่าน เซอร์ อเล็กซ์นั้นมีชื่อจริงๆคือ อเล็กซานเดอร์ แชปแมน เฟอร์กูสัน หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่งปัจจุบันเขาได้เป็นผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดซึ่งทำหน้าที่มายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรยุคใหม่ แต่ซึ่งความจริงแล้วที่เขาก็เหมือนกับผู้จัดการทีมทั่วๆไป ที่เขาก็มีจุดเริ่มต้นแบบธรรมดาที่ไม่หวือหวาอะไร จากข้อมูลที่ผมได้หาและเรียบเรียงจากคำพูดต่างๆจากประสบการณ์ที่ผมเคยได้ยินมาจากสื่อต่างๆ

เมื่อครั้งยังเด็กเขาถูกส่งไปเป็นลูกมือในอู่ต่อเรือ Clyde และได้ก้าวเข้าสู่วงการฟุตบอลโดยเริ่มเล่นฟุตบอลสมัครเล่นกับทีม ควีนส์ พาร์ค เขาลงเล่นนัดแรกในลีกกับตำแหน่ง ศูนย์หน้าตัวกลางในดิวิชั่น 2 พบกับ สตรานเรอร์ ในปี 1957 แล้วต่อมาเขาก็ได้ย้ายไปเล่นกับ เซนต์ จอห์นสโตน เป็นการชั่วคราวในปี 1960 เขาได้เริ่มเล่นเป็นนักฟุตบอลอาชีพด้วยการย้ายไปอยู่กับ ดันเฟิร์มลิน ในปี 1964 ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นของเขาทั้งในลีกและในฟุตบอลระดับยุโรป ได้ดึงดูดความสนใจของ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ทีมโปรดของเขาในสมัยเด็ก และ 3 ปีหลังจากร่วมเล่นกับทีม ดันเฟิร์มลิน เขาก็ย้ายออกจากทีมด้วยค่าตัว 65,000 ปอนด์ เพื่อไปอยู่กับทีมบ้านเกิดของเขาคือ เรนเจอร์ส นั่นเอง อย่างไรก็ดี ความใฝ่ฝันที่คิดไว้ในถิ่น ไอบร็อกซ์ สเตเดี้ยม กลับไม่เป็นอย่างที่หวังเอาไว้เขาเริ่มล้มเหลวในการเล่นให้กับทีมในฝันของเขา และต่อจากนั้นเขาก็ถูกขายให้กับ ฟอลเคิร์ก ในปี 1969 ที่ซึ่งเขาได้เริ่มต้นชิมลางการเป็นโค้ชอยู่ชั่วขณะหนึ่งก่อนที่จะย้ายไปเล่นให้กับทีม เอวายอาร์ ยูไนเต็ด ในปี 1973 แต่สุดท้ายก็กลับกลายเป็นทางแยกให้กับอาชีพค้าแข้งของเขา จากความหลงใหลในธุรกิจฟุตบอล เมื่อเขาอายุได้ 32 ปี เขาก็ประกาศแขวนสตั๊ด นี้จึงเป็นช่วงเวลาทั้งหมดของการเป็นอาชีพนักฟุตบอลมืออาชีพของท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน 



กรกฎาคม 1974 ที่เมืองกลาสโกว์ กับการเริ่มต้นอาชีพผู้จัดการทีมครั้งแรก กับ อีสต์ สเตอร์ลิ่งไชรน์ 


หลังจากนั้นเขาก็เริ่มต้นกับการเป็นผู้จัดการทีมสโมสร สโมสร อีสต์ สเตอร์ลิง ครั้งแรกของเขาในเดือนกรกฎาคม 1974 แต่เป็นช่วงเวลาอันแสนสั้น เมื่อเขาตัดสินใจย้ายไปคุมทีม เซนต์ เมอร์เรน ในดิวิชั่น 1 ในเดือน ตุลาคม ปีเดียวกัน เขาประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกเมื่อนำทีมคว้าถ้วยแชมป์ในปี 1976/77 แต่แทนที่จะคุมทีมต่อไปด้วยตัวผู้เล่นที่เขาใช้และเชียวชาน แต่อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กลับลาออกจากการเป็นผู้จัดการทีม เนื่องจากมีการโต้เถียงเกิดขึ้น ระหว่างตัวเขาเองและประธานสโมสร 
เขาลาออกจาก เซนต์ เมอร์เรน และมีหลายสโมสรใน สกอตแลนด์ ที่สนใจดึงเขามาคุมทีม



สิงหาคม ปี 1978 เขาเลือกที่จะเป็นผู้จัดการทีม อเบอร์ดีน


แต่ต่อมาเขาเลือกที่จะรับเข้าการคุมทีม อเบอร์ดีน ในเดือนสิงหาคม ปี 1978 เขาได้สร้างทีมที่แข่งแกร่งขึ้นมาเท่าเทียมกับทีมใหญ่ๆ อย่าง เรนเจอร์ส และ เซลติก ในช่วงเวลาที่แสนสั้น จนทำให้เขาพาทีม อเบอร์ดีน คว้าแชมป์ต่างๆมากมายซึ่งทำให้ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จึงมีชื่อเสียงที่เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น เมื่อเขามีโอกาสได้เข้ามาคุมทีมชาติ สกอตแลนด์ ชั่วคราวในศึกฟุตบอลโลกที่ เม็กซิโก ในปี 1986 แทนที่ จ็อค สตีน ที่เสียชีวิตลง



พฤศจิกายน ปี 1986 อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เข้ารับการคุมทีมต่อจาก รอน แอตกินสัน


แล้วต่อเขาก็ปฏิเสธข้อเสนอจาก บาร์เซโลน่า, อาร์เซนอล, เรนเจอร์ส และ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส เพื่อเข้ามาคุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อจาก รอน แอตกินสัน ในวันที่ 7 พฤศจิกายน ปี 1986 จนพาทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าต่างๆมากมายจนถึงปัจจุบัน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ยังกระหายในชัยชนะของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังคงไม่หมดลงง่ายๆและเขาจะยังอยู่กับทีมต่อไปเพื่อนำทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไล่ล่าถ้วยแชมป์ต่างๆมาสู่
"โรงละครแห่งความฝัน" ต่อไป

นี้จึงเป็นประวัติของท่าน เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันตามที่ผมได้หาข้อมูลและเรียบเรียงข้อมูลตามความคิดของผม